270413 top sec
วันสงกรานต์ปี 54 วันเริ่มต้นพันธะสัญญา
ห่างเหินไปนานมาก ด้วยข้ออ้างทีุ่สุดฮิตที่ใครๆ ก็ชอบอ้างกันคือ “ไม่มีเวลา” ขอมั่วอ้างมั่งก็แล้วกัน จริงๆ เวลาของทุกคนก็มีเท่ากันหมดคือ 24 ชม. แต่ว่า แต่ละคนจะเอาเวลาไปใช้ทำอะไรบ้าง ก็เท่านั้นเอง คนส่วนใหญ่ก็ทำงานวันละ 8 ชม. ผมเองก็ใช้เวลาทำงานในแต่ละวัน 12 ชม. ไม่ใช่เพราะขยัน แต่เพราะความจำเป็น นี่คือข้อเสียของการเป็นเจ้าของกิจการ(ขนาดเล็ก) ที่ต้องเอาตัวเองเป็นระบบ
สองปีที่ผ่านมา กับบทบาทประธานตลาดที่กำลังจะสิ้นสุดลง (น่าจะเป็นวันนี้ด้วยซ้ำ) ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นี่คือวันที่รอคอยมานาน การได้ถอดหัวโขนออก การปลดภาระความรับผิดชอบ แล้วส่งต่อให้ผู้ที่จะรับช่วงไม้ต่อไป เพื่อที่จะรับผิดชอบนำพาให้ตลาดของชุมชน ได้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น ดีใจที่ตัวเองไม่ยึดติดกับหัวโขน ดีใจที่ไม่เสียดายตำแหน่งชาวตลาดเคยมอบให้
เพราะต่อไปงานสร้างอนาคตกำลังรอให้เดินหน้าเต็มสูบ งานที่ต้องสอนให้ทีมงานมีรายได้ ขอเอาวันนี้เขียนเป็นพันธะสัญญาว่า ต่อไปนี้ จะมุ่งมั่นรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจในวันนี้ ทำงานสร้างอนาคตอย่างเต็มที่ไม่มีถอย เพื่อครอบครัว และทีมงานทุกคน
มันก้าวเร็วจริงๆ
วันนี้ดูรายการโทรทัศน์เห็นโฆษณามากมาย ส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้ไอเดียเด็ดๆ เยอะเลย แต่บางอย่างก็ยังแย่อยู่ ก็ดูแล้วยังไม่รู้เลยว่านำเสนออะไร จำชื่อยี่ห้อสินค้าไม่ได้เลย เอาไปพูดกันก็ดันเถียงกันซะอีกว่าโฆษณาไอ้นี่ตะหาก แสดงว่าคนคิดยังต้องทำการบ้านอีกเยอะนะ สงสารคนจ้างทำโฆษณาว่ะ
ว่าแล้วก็นึกถึงโฆษณาของใครซักชิ้นหนึ่ง จำไม่ได้ว่าเป็นโฆษณาโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ ก็มันนานมากหลายปีแล้วจนลืมเลย มีคนเลี้ยงแกะงัดเอาโน๊ตบุ๊คมาวางตัก แล้วก็มีคำอธิบายว่ากำัลังเข้าสู่ห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก อินเตอร์เน็ตนั่นแหละ ในใจผมคิดว่ามันจะออนไลน์ได้ไงฟะ ในเมื่อมันอยู่ในทุ่งโล่ง แล้วมันจะลากสายโทรศัพท์มาเสียบแล้ว ออนไลน์ได้ไงล่ะเนี่ย โกหกชัดๆ แค่ไม่กี่ปีต่อมา ก็ปัจจุบันนี้แหละผมต้องหวนคิดถึงความคิดเดิม ผมผิดถนัดเลย อยู่ไหนก็ออนไลน์ได้ เข้าสังคมได้ ทำงานได้ ดีนะที่ผมไม่ปฏิเสธความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ที่มันก้าวไปทุกวัน
อย่างน้อยก็มีอย่างหนึ่งล่ะที่ได้เกิดขึ้นจริงแล้ว คือผมเคยทำงานออนไลน์ได้เดือนละหลายหมื่น อยู่ 4-5 เดือนติดๆ ถ้าไอ้เจ้าของเว็บไม่เปลี่ยนกฎเพื่อกีดกันทางการค้า ล่ะก็… เฮ้อ ผมเลยต้องหยุดเพื่อที่ศึกษา และแค่เอาไว้เตือนตัวเองว่าต้องก้าวเดินใหม่ ปรับตัวให้ทันกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
วันนี้คุณได้ลองสิ่งที่คุณคิดว่าใช่หรือยัง
“มันเป็นความเสียสติอย่างมาก ที่ต้องการผลลัพธ์ใหม่ๆ ในชีวิต แต่ยังคงกระทำสิ่งเดิมๆ เสมอ” กล่าวโดย Robert Kiyosaki
ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเลย เพราะธุรกิจที่เคยทำที่เคยลุยมาแล้วนั้น ผมทำตามโค้ชที่สั่งสอนมาตลอด แต่ผลลัพท์ัมันกลับไม่ใช่ ผมเคยแย้งกับท่านผู้นั้นว่าโลกมันหมุนอยู่ตลอดเวลา อะไรๆ มันก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทำไมเรายังต้องยึดติดกับวิธีการเดิมๆ อยู่อีก ผมไม่ได้ปฎิเสธวิธีเดิมๆ ทั้งหมดหรอก แต่อยากให้ลอง ทำตามกระแสการตลาดที่เป็นเทรนด์ของโลกปัจจุบันบ้าง แต่คำตอบที่ได้รับก็คือ วิธีการเดิมๆ คนสำเร็จเขาทำเช่นนี้ เราก็ควรทำตามเช่นนี้ด้วย
ผลปรากฎว่าผมกับโค้ช ย่ำอยู่ที่เดิม ส่วนกลุ่มที่เขาได้ลองทำวิธีที่ผมเข้ากลุ่มนั้นคิดได้ (แต่ผมไม่ได้ทำ) ธุรกิจเขาพุ่งทะยานมาก
โค้ชครับไหนๆ โค้ชก็หลับไหลในธุรกิจนี้ไปนานมากแล้ว และผมเองก็กำลังตื่นขึ้นมาใหม่ ผมขอเป็นโค้ชให้ตัวเองละกัน ขอให้ผมได้ใช้วิธีการที่ผมได้ไปลงทุนเรียนรู้มาใหม่ให้เต็มที่ซะที เพื่อผมจะได้ไปสู่จุดมุ่งหมายดังที่ใจหวัง และสามารถถ่ายทอดให้คนที่เห็นด้วยกับวิธีนี้ ช่วยให้เขาประสบผลสำเร็จตามมาด้วยกัน
ครั้งนี้ผมมั่นใจเกิน 100% เลยครับ
ข้อคิดดีๆ ที่ได้จากพระราชดำรัส
แนวทางการดำเนินชีวิตที่ได้จากข้อคิดดีๆ จากพระราชดำรัส ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตสังคม รวมถึงหน้าที่การงาน ให้มีความสุขอยู่ในสังคมที่บางครั้งสับสนวุ่นวายได้อย่างไม่ต้องเดือดร้อน
1. ความเพียร
การสร้างสรรค์ตนเอง การสร้างบ้านเมืองก็ตาม มิใช่ว่าสร้างในวันเดียว ต้องใช้เวลา ต้องใช้ความเพียร ต้องใช้ความอดทน เสียสละ แต่สำคัญที่สุดคือความอดทนคือไม่ย่อท้อ ไม่ย่อท้อในสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ดีงามนั้นทำมันน่าเบื่อ บางทีเหมือนว่าไม่ได้ผล ไม่ดัง คือดูมันทำดีนี่ แต่ขอรับรองว่าการทำให้ดีต้องมีความอดทน เวลาข้างหน้าจะเห็นผลแน่นอนในความอดทนของตนเอง
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักเรียน นักศึกษา ครู และอาจารย์ในโอกาสเข้าเฝ้าฯวันที่ 27 ตุลาคม 2516
2. ความพอดี
ในการสร้างตัวสร้างฐานะนั้นจะต้องถือหลักค่อยเป็นค่อยไป ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังและความพอเหมาะพอดี ไม่ทำเกินฐานะและกำลัง หรือทำด้วยความเร่งรีบ เมื่อมีพื้นฐานแน่นหนารองรับพร้อมแล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญก้าวหน้าในระดับสูงขึ้น ตามต่อกันไปเป็นลำดับผลที่เกิดขึ้นจึงจะแน่นอน มีหลักเกณฑ์ เป็นประโยชน์แท้และยั่งยืน
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 18 ธันวาคม 2540
3. ความรู้ตน
เด็กๆ ทำอะไรต้องหัดให้รู้ตัว การรู้ตัวอยู่เสมอจะทำให้เป็นคนมีระเบียบและคนที่มีระเบียบดีแล้ว จะสามารถเล่าเรียนและทำการงานต่างๆ ได้โดยถูกต้องรวดเร็ว จะเป็นคนที่จะสร้างความสำเร็จและความเจริญ ให้แก่ตนเองและส่วนรวมในอนาคตได้อย่างแน่นอน
พระบรมราโชวาท พระราชทานลงพิมพ์ในหนังสือ วันเด็ก ประจำปี 2521
4. คนเราจะต้องรับและจะต้องให้
คนเราจะเอาแต่ได้ไม่ได้ คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ หมายความว่าต่อไป และเดี๋ยวนี้ด้วยเมื่อรับสิ่งของใดมา ก็จะต้องพยายามให้ ในการให้นั้น ให้ได้โดยพยายามที่จะสร้างความสามัคคีให้หมู่คณะและในชาติ ทำให้หมู่คณะและชาติประชาชนทั้งหลายมีความไว้ใจซึ่งกันและกันได้ ช่วยที่ไหนได้ก็ช่วย ด้วยจิตใจที่เผื่อแผ่โดยแท้
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 20 เมษายน 2521
5. อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ
ในวงสังคมนั้นเล่า ท่านจะต้องรักษามารยาทอันดีงามสำหรับสุภาพชน รู้จักสัมมาคารวะ ไม่แข็งกระด้าง มีความอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ พร้อมจะเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อส่วนรวม
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 25 มิถุนายน 2496
6. พูดจริง ทำจริง
ผู้หนักแน่นในสัจจะพูดอย่างไร ทำอย่างนั้น จึงได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือและความยกย่องสรรเสริญ จากคนทุกฝ่าย การพูดแล้วทำ คือ พูดจริง ทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด และสร้างเสริมความดี ความเจริญ ให้เกิดขึ้นทั้งแก่บุคคลและส่วนรวม
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 10 กรกฎาคม 2540
7. หนังสือเป็นออมสิน
หนังสือเป็นการสะสมความรู้และทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ได้สร้างมา ทำมา คิดมา แต่โบราณกาลจนทุกวันนี้ หนังสือจึงเป็นสิ่งสำคัญ เป็นคล้ายๆ ธนาคารความรู้และเป็นออมสิน เป็นสิ่งที่จะทำให้ มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะสมาชิกห้องสมุดทั่วประเทศ ในโอกาสที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท วันที่ 25 พฤศจิกายน 2514
8. ความซื่อสัตย์
ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นพื้นฐานของความดีทุกอย่าง เด็กๆ จึงต้องฝึกฝนอบรมให้เกิดมีขึ้นในตนเอง เพื่อจักได้เติบโตขึ้นเป็นคนดีมีประโยชน์ และมีชีวิตที่สะอาด ที่เจริญมั่นคง
พระบรมราโชวาท พระราชทานเพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็ก ปี พุทธศักราช 2531
9. การเอาชนะใจตน
ในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องข่มใจไม่กระทำสิ่งใดๆ ที่เรารู้สึกด้วยใจจริงว่าชั่วว่าเสื่อม เราต้องฝืนต้องต้านความคิดและความประพฤติทุกอย่างที่รู้สึกว่าขัดกับธรรมะ เราต้องกล้าและบากบั่นที่จะกระทำสิ่งที่เราทราบว่าเป็นความดี เป็นความถูกต้อง และเป็นธรรม ถ้าเราร่วมกันทำเช่นนี้ ให้ได้จริงๆ ให้ผลของความดีบังเกิดมากขึ้นๆ ก็จะช่วยค้ำจุนส่วนรวมไว้มิให้เสื่อมลงไป และจะช่วยให้ฟื้นคืนดีขึ้นได้เป็นลำดับ
พระราชดำรัส พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่าน ในพิธีเปิดการประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ 12
ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 12 ธันวาคม 2513
4 เมก ไหนลองแลบลิ้นดิ
บ้านเราความเร็วอินเตอร์เน็ตอย่างต่ำๆ มันต้อง 4 เมกแล้ว ราคาค่าบริการรายเดือนก็พอจะรับไหว 8 เมกผมว่ามันค่อนข้างเกินความจำเป็น หากว่าเราไม่ได้ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต หรือใช้ในร้านเน็ตคาเฟ่ ซึ่งผมก็เข้าใจเอาเองว่าส่วนน้อยมากที่จะใช้ความเร็วขนาดนี้
ส่วนตัวผมไม่ต้องพูดถึง 2 เมก ก็เหลือเฟือแล้วครับ ดาวน์ฺโหลดก็ไม่ช้าเท่าไร อัพโหลดตอนทำเว็บนี้ก็กินกาแฟรอได้ถ้วยหนึ่งพอดีๆ ก็ยังดีกว่าใช้ 56 k. เหมือนเมื่อหลายปีกก่อน จะว่าไปถึงผู้บริการอินเตอร์เน็ตบ้านเราจะแข่งขันอัพเมกกันขึ้นไป แล้วราคาถูกลงผมก็ขอใช้แค่ 2 เมกแต่ราคาถูกสุดๆ ดีกว่า
ความสะอาด
ถึงบ้านจะสวย หรู เลิศ อลังการแค่ไหน ก็ต้องมีความสะอาดด้วย
ถ้าเป็นนักยิงปืน การเป็นมือปืนเป้าสะอาดเป็นเรื่องน่าอาย
คนจิตใจไม่สะอาด ไม่ไหว
สมุดบันทึกสะอาดไร้ร่องรอยการจดบันทึก ไร้ความหมาย
ความสะอาดส่วนใหญ่เป็นเรื่องดี บางเรื่องถ้ามันยังสะอาดอยู่แปลว่าไม่เอาไหน
ประตูหลังที่หาเจอโดยบังเอิญ
การได้บ้าทำเว็บนี่ ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันเจอโน่นเดี๋ยวมันเจอนี่ แบบว่าค้นพบเองโดยบังเอิญ (คนอื่นเค้าคงรู้ไปหมดแล้ว) วันนี้ก็อีกแล้ว วิธีการที่ทำให้คนเ้ข้าเว็บมากๆ แบบที่ตำราหรือหนังสือ ที่ไหนไม่เคยสอนไม่เคยเขียน แต่เราเจอ คือการให้เข้าทางประตูหลังของเว็บหรือบล็อกก็ได้ อย่าคิดทะลึ่งไปล่ะ ถ้าคุณคิดมากและคิดเป็นอย่างอื่น แปลว่าคุณทะลึ่ง การทำทราฟฟิคมาให้เว็บมันมีอยู่หลักๆ หลายวิธี แต่ไม่เคยมีใครกล่าวถึงคนที่เข้ามาทางประตูหลังของเว็บเลย แถมมีเยอะและจำนวนที่มั่นคงซะด้วย เอาเป็นว่าผมบันทึกไว้เตือนสติตัวเอง เพราะเว็บนี้ยังไม่ดังมากพอที่จะให้มีใครมาคอมเม้นท์ถาม รอวันนั้นให้มีคนสงสัยก่อนแล้วกันค่อยมาอัพเดตต่อ
เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ! ถ้าไม่เปลี่ยนความคิด
เมื่อหลายปีก่อนในช่วงการกลับมาเกิดใหม่ของยุค ดอทคอม ผมคิดว่าคนอย่างผมซึ่งเป็นคนบ้านๆ มีงานการทำ พอมีเงินใช้ไม่เดือดร้อน ได้ยินได้ฟังคนโน้นคนนี้พูดที คอมพิวเตอร์มันดียังงี้ ฉันใช้เน็ตเป็นยังงั้น ผมเองได้แค่รับรู้แต่ไม่เคยสนใจ คิดว่ายังไงคนยุคไดโน่อย่างเราคง ไม่เดือดร้อนไม่ได้ประโยชน์อะไรจากวงการอินเตอร์เน็ต
แต่ก็ว่าล่ะกระแสอินเตอร์เน็ตมันเชี่ยวขึ้น ก็จะไม่ไหวแล้วมั้งที่จะล้าหลังอยู่คนเดียว เด็กที่เรียนหนังสือในยุคใหม่ๆ มันใช้กันเป็นหมดแล้ว จะว่าไปหากเราเปิดใจรับมันสักวันมันอาจจะมีประโยชน์บ้างก็ได้ ว่าแล้วก็เริ่มจะหามาใช้บ้าง พอเริ่มจะซื้อพวกที่รู้มากก็ว่าคอมฯ ต้องอยู่ในห้องแอร์นะเดี๋ยวเจ๊งเร็ว เป็นเรื่องล่ะซิจะซื้อคอมพ์ต้องติดแอร์ด้วยเหรอ ตอนนั้นต้องยอมรับว่าใครพูดอะไรก็แทบจะเชื่อหมด ครับผมเชื่อแต่ผมไม่ติด ก็เรื่องอะไรจะต้องเปลืองหลายต่อ สรุปแล้วคอมพ์ตัวแรกมาอยู่ในห้อง เรียกว่าต้องคลำทางอยู่นาน ติดอะไรก็โทรถามเพื่อน อ่านหนังสือหาข้อมูล โปรแกรมเจ๊ง วินโดว์ล้มไปหลายหน
จะเรียนรู้อะไรๆ มันก็ต้องแลกกันทั้งนั้น ตอนนี้มีคอมพ์ 3 ตัวแล้ว มาวันนี้มองย้อนหลังกลับไป วันนี้เราทำได้หลายๆ อย่าง ทำเว็บไซด์เอง บล็อก เว็บบอร์ด ติดแอดเซ้นท์ หากินทางเน็ต ขายของบนอีเบย์จนเป็น power seller ทำเงินออนไลน์ ทำ affiliate ฯลฯ จนกระทั่งมาทำธุรกิจเครือข่ายบนอินเตอร์เน็ต คิดไปหากวันนั้นเรา ไม่เปลี่ยนความคิด ชีวิตคงเหมือนเดิม ทำอะไรแบบเดิมๆ หากินแบบเดิมๆ ที่สำคัญเราจะไม่ได้รับรู้เลยว่า หากเราตั้งใจทำอะไรจริงๆ จังๆ อะไรๆ มันก็ไม่ยากเกินความพยายาม และมีโอกาสได้สัมผัสกับคำว่า แต่อะไรดีๆ ในชีวิตบางครั้งไม่ต้องวิ่งไปหา มันวิ่งเข้ามากันเอง ถ้าเราเล่นเป็น
จะซ่อมบ้านทั้งทีดันมาเจอ พวกช่างเหอะ
อุตส่าห์จะซ่อมบ้านไม้อายุเกิน 40 ปี ให้คงสภาพเดิมมากที่สุด ดีกว่าจะรื้อทิ้งไปแล้วสร้างใหม่แทน แต่ไม่รู้ว่าเวรหรือกรรมดันมาเจอกับช่างไม้ไร้ฝีมือ โอยพระเจ้าจอร์จอะไรจะสุดยอดขนาดนี้ ต้องให้เจ้าของบ้านคอยเช็คงานรายชั่วโมงเลย เข้าไม้ก็เบี้ยวไม่ได้ฉาก ทำไปแก้ไป ก็เครื่องมือวัดระดับน้ำของตัวเองยังไม่มีเลย ใช้แต่ลูกดิ่งอย่างเดียว มุงหลังคาก็ไม่ได้แนว
เศร้าจริงๆ คราวหน้าจะทำงานไม้อย่าเห็นกับค่าเหมาถูก หาช่างฝีมือดีราคาสูงอีกหน่อยแต่ไม่ต้องมาปวดหัวรายวันดีกว่า